ระเบียบการแต่งกาย

ระเบียบโรงเรียนห้วยราชพิทยาคม
ว่าด้วยการสร้างเสริมด้านระเบียบวินัยและความประพฤตินักเรียน
——————————————-

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวง ดังนั้นโรงเรียนห้วยราชพิทยาคม พิจารณาเห็นควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบโรงเรียนห้วยราชพิทยาคม ว่าด้วยการสร้างเสริมด้านระเบียบวินัย และความประพฤติ นักเรียน เป็นไปโดยใกล้ชิด ทันต่อเหตุการณ์และสร้างความตระหนักให้กับนักเรียน เพื่อยับยั้งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามกฎกระทรวง ข้อ 2 ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษา กำหนดระเบียบว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2548 โรงเรียนห้วยราชพิทยาคม จึงกำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ ระเบียบโรงเรียนห้วยราชพิทยาคม ว่าด้วยการสร้างเสริมด้านระเบียบวินัยและความประพฤตินักเรียน พ. ศ. 2560”
ข้อ 2. ระเบียบนี้ขอใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ข้อ 3. ให้ยกเลิกระเบียบโรงเรียนห้วยราชพิทยาคม ว่าด้วยความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4. การตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน ให้ใช้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
          4.1 โทษเบา บทลงโทษตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ 5 คะแนน คือความผิดต่อไปนี้
                1) ส่งเสียงดังรบกวนในห้องเรียนหรือห้องใกล้เคียง
                2) ทำความสกปรก ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ไม่ทำความสะอาดห้องเรียนที่รับผิดชอบ
                3) วิ่งเล่นในที่ที่โรงเรียนห้าม เช่น ในห้องเรียน ห้องประชุม โรงอาหาร ฯลฯ
                4) นำอาหาร ขนม น้ำดื่ม ขึ้นมารับประทานบนอาคารเรียน ในห้องเรียน ห้องประชุม และสวมรองเท้าขึ้นบนอาคารเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
                5) เครื่องแต่งกายผิดระเบียบตามข้อกำหนดของโรงเรียน เช่น เสื้อ กางเกง กระโปรง ชุดพลศึกษา ชุดกิจกรรม ถุงเท้า รองเท้า
                6) แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน ( ชุดเครื่องแบบต่าง ๆ ตามระเบียบข้อกำหนดของโรงเรียน )
                7) ไม่เก็บจาน – ชามหรือภาชนะที่นำมารับประทาน ไว้ในที่ที่กำหนดให้
                8) ไม่เข้าห้องเรียนรายชั่วโมงโดยไม่มีใบอนุญาต หรือเหตุผลอันสมควร
                9) ไม่เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงตอนเช้า
              10) เข้า – ออก บริเวณโรงเรียนโดยไม่ใช้ประตูทางเข้า-ออก
              11) ไม่มี หรือไม่นำบัตรประจำตัว หรือบัตรห้องสมุดมาโรงเรียน
              12) ไม่ไปรายงานตัวเพื่อรับการตรวจทรงผม ตามวัน เวลา ที่กำหนด
         4.2 โทษปานกลาง บทลงโทษตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ 10 คะแนน และแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เป็นลายลักษณ์อักษร คือความผิดต่อไปนี้
               1) มาโรงเรียนสาย (หลังเวลา 07.55 น.) 3 วัน/ สัปดาห์ หรือบ่อยๆ ครั้ง โดยไม่มีใบขออนุญาตหรือมีเหตุอันควร
               2) ไม่จอดรถจักรยานหรือจักรยานยนต์ในบริเวณโรงเรียนและในที่กำหนดให้จอด
               3) ขาดเรียนโดยไม่มีใบลา หรือเหตุผลอันสมควร
               4) มีบุหรี่ไว้ครอบครองหรือสูบบุหรี่
               5) ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูง หรือสร้างความเดือดร้อนที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
               6) ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน เช่น ขูด ขีด เขียน ทุบ ตี ฉีก ตัด ฯลฯ ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย (อาจถูกลงโทษเพิ่ม ในกรณีที่ทรัพย์สินเสียหายมาก)
               7) ทะเลาะวิวาทภายในบริเวณโรงเรียนกรณีเล็กน้อย (อาจถูกลงโทษเพิ่ม ในกรณีที่มีบาดแผลหรือตกลงกันไม่ได้)
         4.3 โทษหนัก บทลงโทษต้องพัฒนาสังคม ชุมชน เป็นเวลา 8 ชั่วโมง และเชิญผู้ปกครองมาพบที่โรงเรียน เพื่อทำพันธสัญญา คือความผิดต่อไปนี้
              1) มี หรือพกพาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เข้ามาในบริเวณโรงเรียน
              2) ดื่ม หรืออยู่ในกลุ่มผู้ดื่ม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
              3) เล่นการพนัน หรือมีการเดิมพันในการเล่น ทุกประเภท
              4) ชักชวน หรือยุยงให้แตกความสามัคคีภายในกลุ่ม คณะ ชั้น และภายในโรงเรียน
              5) นำหรือพาบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณโรงเรียนโดยไม่มีเหตุผล หรือเหตุอันควร
              6) หนีเรียนไปเล่นเกม เล่นสนุกเกอร์ และอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน
        4.4 โทษหนักมาก บทลงโทษพัฒนาสังคม ชุมชน เป็นเวลา 12 ชั่วโมง เชิญผู้ปกครองมาพบที่โรงเรียน และทำทัณฑ์บน คือความผิดต่อไปนี้
             1) พกพาอาวุธ หรือวัตถุระเบิด เข้ามาในบริเวณโรงเรียน
             2) แสดงกิริยา อาการไม่ให้ความเคารพ หรือใช้วาจาไม่สุภาพ ก้าวร้าวกับครูและผู้อาวุโส
             3) พาหรือชักชวนบุคคลภายนอก มาทำร้ายร่างกายหรือก่อเหตุวิวาทกับนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน

             4) ลักขโมยทรัพย์สิน หรือสิ่งของ ของโรงเรียน ครู นักเรียน และบุคคลในโรงเรียน
             5) แสดงพฤติกรรมในทางชู้สาว ซึ่งไม่เหมาะสมในโรงเรียนและในที่สาธารณะ
             6) ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน พกพา หรือเสพสารเสพติดให้โทษ ทุกประเภท
             7) แสดงตนเป็นนักเลงหัวไม้ เช่น ข่มขู่ รีดไถ กรรโชก หรือบังคับขืนใจผู้อื่น
             8) เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี เช่น เป็นผู้จัดหา หรือเป็นผู้ดำเนินการเอง
             9) ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืนเพื่อเที่ยวเตร่ หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสร้างความ เดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น
ข้อ 5. การลงโทษด้วยวิธีตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน ให้กระทำดังนี้
         5.1 แนะนำ และว่ากล่าวตักเตือน
         5.2 เมื่อแนะนำ และว่ากล่าวตักเตือนแล้ว นักเรียนไม่แก้ไข-ปรับปรุงพฤติกรรม ที่กระทำผิด ให้ตัดคะแนนความประพฤติ ( เว้นแต่กรณีโทษสถานหนัก – หนักมาก)
         5.3 เมื่อเชิญผู้ปกครองมาพบครั้งที่ 1 ให้นักเรียนแก้ไข-ปรับปรุงพฤติกรรม โดยวิธีการปฏิบัติ กิจกรรมพัฒนาสังคม-ชุมชน ( กระทำความผิดซ้ำให้ลงโทษเป็น 2 เท่า )
ข้อ 6. การตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน( มีเกณฑ์ 100 คะแนน / เวลา 1 ภาคเรียน )
         6.1 นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ให้ปฏิบัติดังนี้
           1) ถูกตัดคะแนน 5 – 20 คะแนน ต้องเข้ารับการอบรมหรือพัฒนาโรงเรียน เป็นเวลา ไม่เกิน 4 ชั่วโมง
           2) ถูกตัดคะแนน 21 – 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองมาพบรองผู้อำนวยการบริหารทั่วไปหรือฝ่ายส่งเสริมความประพฤติ และพัฒนาสังคมเป็นเวลา 10 ชั่วโมง
           3) ถูกตัดคะแนน 41 – 60 คะแนน เชิญผู้ปกครองมาพบรองผู้อำนวยการบริหารทั่วไปหรือฝ่ายส่งเสริมความประพฤติ และพัฒนาสังคมเป็นเวลา 16 ชั่วโมง
           4) ถูกตัดคะแนน 61 – 99 คะแนน เชิญผู้ปกครองมาพบรองผู้อำนวยการบริหารทั่วไปหรือฝ่ายส่งเสริมความประพฤติ และพัฒนาสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
           5) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนน ความประพฤติตั้งแต่ 100 คะแนน ขึ้นไป ให้คณะกรรมการฝ่ายส่งเสริมความประพฤติ พิจารณาลงโทษ ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน นักศึกษา พ.ศ.2548
           6) ความผิดเล็กน้อย หากทำผิดบ่อยๆ ซ้ำซาก หรือความผิดครั้งแรก เกิดความสูญเสีย (ต่อวัตถุ ความรู้สึก ชื่อเสียงของโรงเรียน) ให้คณะกรรมการฝ่ายส่งเสริมความ ประพฤติพิจารณาลงโทษ ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษ นักเรียน นักศึกษา พ.ศ.2548
           7) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ลงโทษตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนตามระเบียบนี้
           8) ให้รองอำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไปโรงเรียนห้วยราชพิทยาคมมีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนี้

                                                แนวปฏิบัติการให้คะแนนความดี
                      หลักเกณฑ์และเหตุผลในการเพิ่ม คะแนนความประพฤตินักเรียน

เกณฑ์ความดีที่เห็นสมควรเพิ่มคะแนน
1.กระทำความดีต่อไปนี้ ( เพิ่ม 5 คะแนน )
  1.1 ช่วยดูแลรักษาความสะอาดบริเวณโรงเรียน นอกเหนือจากการทำเวรประจำวัน
  1.2 เก็บเงินหรือสิ่งของมีค่า (ราคาไม่เกิน 100 บาท) นำส่งครูเวรประจำวัน เพื่อแจ้งประกาศหาเจ้าของ
  1.3 ช่วยระงับเหตุ หรือยับยั้งการทะเลาะวิวาทของเพื่อนนักเรียน
  1.4 ช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่อ่อนแอ พิการ หรือด้อยกว่าตนเป็นประจำ
  1.5 ช่วยเหลืองานที่ครูมอบหมายให้ทำ และครูรับรองผลการทำงานว่าเป็นการช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ
  1.6 ทำความดีอื่น ๆ ที่เทียบได้กับข้อ 1.1-1.5
2.กระทำความดีต่อไปนี้ ( เพิ่ม 10 คะแนน )
  2.1 ช่วยเหลือกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนด้วยความตั้งใจจริง และเป็นประจำ
  2.2 เก็บเงินหรือสิ่งของมีค่าได้ (ราคาตั้งแต่ 110 – 300 บาท) นำส่งครูเวรแจ้งประกาศหาเจ้าของ
  2.3 ชี้ช่องทางหรือแจ้งแหล่งอบายมุข ให้ครูหรือสารวัตนักเรียนทราบ เพื่อป้องกันและแก้ไขได้ทัน
  2.4 แจ้งชื่อผู้กระทำผิด หรือทำความเสียหายให้กับโรงเรียน และส่วนรวมให้ครูหรือสารวัตนักเรียนทราบ
  2.5 ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาหรือแก้ปัญหานักเรียน หรือโรงเรียน
  2.6 ให้ข้อมูลแก่ครู เพื่อเป็นการทบทวนการแก้ปัญหา หรือพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ
  2.7 กระทำความดีอื่น ๆ ที่เทียบได้กับข้อ 2.1-2.6
3. กระทำความดีต่อไปนี้ ( เพิ่ม 15 คะแนน )
  3.1 นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียน ทำให้บุคคลภายนอกรู้จักโรงเรียนมากขึ้น( ระดับเขตการศึกษา / จังหวัด )
  3.2 เก็บเงินหรือสิ่งของมีค่า ( ราคา 300-600 บาท ) นำส่งครูเวรประจำวัน แจ้งประกาศหาเจ้าของ
  3.3 พาผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมหรือร่วมประชุมกับทางโรงเรียน ( ยกเว้นกรณีกระทำความผิด )
  3.4 กระทำความดีอื่น ๆ ที่เทียบได้กับข้อ 3.1-3.3
4. กระทำความดีต่อไปนี้ ( เพิ่ม 20 คะแนน )
  4.1 ทำชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน ทำให้บุคคลภายนอกรู้จัก เชื่อถือนิยมยกย่อง ( ระดับภาค / ประเทศ )
  4.2 เก็บเงินหรือสิ่งของมีค่า (ราคาตั้งแต่ 601 บาทขึ้นไป ) นำส่งครูเวรประจำวัน แจ้งประกาศหาเจ้าของ
  4.3 ทำความดีอื่นๆที่เทียบได้กับ ข้อ 4.1-4.2
หมายเหตุ  1. การกระทำความดี สามารถนำคะแนนมาหักล้างคะแนนความผิดได้ (เฉพาะกรณี)
                  2. เกียรติบัตรที่นักเรียนได้รับให้นำสำเนาส่งที่ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ทุกครั้งเพื่อที่จะนำไปจัดทำระเบียบประวัติ และมอบวุฒิบัตรชื่นชมในการกระทำความดี

ระเบียบเครื่องแต่งกายนักเรียน
นักเรียนโรงเรียนห้วยราชพิทยาคมทุกคน ต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนตามที่โรงเรียนกำหนด

1.เครื่องแต่งกายและทรงผมนักเรียนชาย
1.1 ทรงผม
นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้ยึดตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ
นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้ยึดตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ
1.2 เสื้อ
นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใช้เสื้อแบบเสื้อเชิ้ตคอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยงไม่บางเกินไป ( ห้ามใช้ผ้าแพรหรือผ้าที่ไม่สามารถรักษารูปทรงไว้ได้ ) ผ่าอกตลอด มีสาบที่อกเสื้อ กว้าง 4 ซ.ม. ใช้กระดุมสีขาวใสกลมแบนเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซ.ม. แขนเสื้อสั้นเหนือศอก มีกระเป๋าติดอยู่ที่อกด้านซ้ายบริเวณราวนม 1 ใบ มีขนาดกว้าง 8–12 ซ.ม. ลึก 10–15 ซ.ม. ไม่มีจีบ ไม่มีเกล็ด ไม่รัดรูป ขนาดของเสื้อพอเหมาะกับรูปร่างของนักเรียน อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนมเล็กน้อย ปักอักษรย่อ หร.พ. ใต้อักษรย่อปักเลข ประจำตัวด้วยตัวเลขไทย อกเสื้อด้านซ้ายเหนือกระเป๋า 2 ซ.ม. ปักชื่อ-สกุล ด้วยตัวอักษรบรรจง สูงประมาณ 1 ซ.ม. ด้วยไหมสีน้ำเงิน บนชื่ออักษรย่อโรงเรียนให้ปักเครื่องหมายแสดงระดับชั้นดังนี้
1.2.1 ระดับ ม. 1 ปักจุดกลม 1 จุด ด้วยไหมสีที่นักเรียนสังกัดอยู่
1.2.2 ระดับ ม. 2 ปักจุดกลม 2 จุด ด้วยไหมสีที่นักเรียนสังกัดอยู่
1.2.3 ระดับ ม. 3 ปักจุดกลม 3 จุด ด้วยไหมสีที่นักเรียนสังกัดอยู่
1.2.4 ระดับ ม. 4 ปักจุดกลม 1 จุด ด้วยไหมสีที่นักเรียนสังกัดอยู่
1.2.5 ระดับ ม. 5 ปักจุดกลม 2 จุด ด้วยไหมสีที่นักเรียนสังกัดอยู่
1.2.6 ระดับ ม. 6 ปักจุดกลม 3 จุด ด้วยไหมสีที่นักเรียนสังกัดอยู่
1.2.7 ขนาดของจุดกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 ซ.ม. ( นักเรียนชาย – หญิง )

1.3 กางเกง
นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใช้ผ้าโทเรสีกากี เป็นกางเกงแบบกางเกงไทย ทรงสบาย ขาสั้นเหนือเข่า พ้นกลางกระดูกลูกสะบ้าประมาณ 5 ซ.ม. ( เมื่อยืนตรง ) ส่วนกว้างของขากางเกง ห่างจากขาประมาณ 8-10 ซ.ม. ปลายขากางเกงพับเข้าด้านใน ส่วนหน้าผ่าตรงมีซิบรูดซ่อนไว้ด้านใน มีจีบด้านหน้าข้างละ 2 จีบ มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด้านข้างๆละ 1ใบ ไม่มีกระเป๋าด้านหลังกางเกง ที่เอวกางเกงมีหูสำหรับรอยเข็มขัด ขนาดความกว้าง 3 ซ.ม. จำนวน 7 หู เวลาสวมใส่ให้ทับชายเสื้อไว้ด้านใน
1.4 เข็มขัด
นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายใช้เข็มขัดหนังสีน้ำตาล ขนาดกว้าง 3 ซ.ม. หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทองเหลือง หรือสีเงิน รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชนิดหัวกลัด มีเข็มร้อยรูเพียงเข็มเดียว
1.5 ถุงเท้า
นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใช้ถุงเท้าแบบธรรมดาเหนือข้อเท้า สีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย เวลาสวมใส่ให้ยืดตรงสุดปลายถุงเท้า ( ไม่ต้องพับ )
1.6 รองเท้า
นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใช้รองเท้าผ้าใบ สีน้ำตาล ชนิดหุ้มส้น มีเชือกผูก หัวมน ไม่มีลวดลาย ( ห้ามสวมรองเท้าหุ้มข้อ และรองเท้าแตะ เว้นแต่มีสาเหตุอันควร )

2.เครื่องแต่งกายและทรงผมนักเรียนหญิง
2.1 ทรงผม
       นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้ยึดตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ
       นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้ยึดตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ
2.2 เสื้อ
       นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บาง ไม่มีลวดลาย ห้ามใช้ผ้าแพรหรือผ้าที่บางไม่สามารถรักษารูปทรงไว้ได้ ตัวเสื้อเป็นแบบคอพับในตัว ( ปกทหารเรือ ) คอผ่าลึกพอสมควร ศีรษะสวมเข้าได้สะดวก สาบตลบเข้าข้างใน แขนเสื้อยาวเหนือศอก ปลายแขนจีบเล็กน้อย มีขอบใช้ผ้าสองชั้นกว้างประมาณ 3 ซ.ม. ความยาวของตัวเสื้อวัดจากข้อมือลงมา (เมื่อยืนตรง) ประมาณ 10 – 15 ซ.ม. ขอบ ชายเสื้อด้านล่างพับขอบเข้าข้างใน ขนาดตัวเสื้อโตพอเหมาะกับลำตัว ไม่รัดรูป ริมขอบเสื้อล่างด้านขวาติด กระเป๋าขนาดกว้าง 10 – 12 ซ.ม. ลึก 7 – 10 ซ.ม. อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนมเล็กน้อย ปักอักษรย่อ หร.พ. ใต้อักษรย่อปักเลขประจำตัวด้วยตัวเลขไทย อกเสื้อด้านซ้ายเหนือราวนม ปักชื่อ – สกุล ด้วยไหมสีน้ำเงิน มีผ้าผูกคอสีกรมท่า ( หูกระต่าย ) ใช้สำหรับผูกคอเสื้อ
       นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บาง ไม่มีลวดลาย ห้ามใช้ผ้าแพรหรือผ้าที่บางไม่สามารถรักษารูปทรงไว้ได้ ตัวเสื้อเป็นแบบคอเชิ้ต ผ่าอกตลอด มีสาปที่อกเสื้อตลบเข้าด้านใน กว้าง 3 ซ.ม. มีกระดุมกลมแบนสีขาวใส แขนเสื้อยาวเหนือศอก ปลายแขนจีบเล็กน้อย มีขอบใช้ผ้าสองชั้นกว้างประมาณ 3 ซ.ม. ความยาวและ ขนาดตัวเสื้อพอเหมาะกับลำตัว ขอบชายเสื้อไว้ในกระโปรง ไม่รัดรูป อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนมเล็กน้อย ปักอักษรย่อ หร.พ. ใต้อักษรย่อปักเลขประจำตัวด้วยตัวเลขไทย อกเสื้อด้านซ้ายเหนือราวนมเล็กน้อย ปักชื่อ – สกุล ด้วยไหมสีน้ำเงิน
2.3 กระโปรง
       นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใช้ผ้าโทเรสีกรมท่า หรือน้ำเงิน ไม่มีลวดลาย ตัดแบบธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลัง มีกลีบ 3 กลีบ หันกลีบออกด้านนอก เย็บทับกลีบจากขอบ กระโปรงลงมาประมาณ 10 – 12 ซ.ม. เว้นระยะความกว้างตรงกลางพองาม กระโปรงยาวคลุมเข่า
2.4 เสื้อชั้นใน
       นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย เสื้อในสีขาวคอกลม ถ้าใช้ยกทรง บราเซีย ตัวสั้นหรือตัวยาว ต้องสวมเสื้อชั้นในคอกระเช้าหรือเสื้อซับในสีขาวอีกชั้นหนึ่ง
2.5 รองเท้า – ถุงเท้า
       นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใช้รองเท้าหนังสีดำ แบบหุ้มส้น หุ้มปลายเท้า มีสายรัดหลังเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน 3 ซ.ม. ใช้ถุงเท้า เป็นผ้าฝ้ายหรือไนล่อน สีขาวล้วน ไม่มีลวดลาย เมื่อสวมแล้วต้องเหนือข้อเท้า อย่างน้อย 1 นิ้ว
2.6 เข็มขัด
       นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้เข็มขัดหนังสีดำ แบบชนิดหัวกลัด เป็นรูปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดความกว้าง 3-5 ซ.ม. ใช้คาดทับขอบกระโปรง
2.7 กระเป๋าใส่หนังสือ
       นักเรียนทุกคน ใช้กระเป๋านักเรียน แบบเป้ตามที่โรงเรียนกำหนด (ห้ามใช้กระเป๋าถือ หรือกระเป๋าแฟร์ชั่น ย่าม เป็นต้น)
2.8 ชุดเรียนพลศึกษา
       นักเรียนทุกคน ใช้กางเกงวอร์ม ขายาว สีดำหรือสีกรมท่า ไม่มีแถบ ไม่มีลวดลาย ใช้เสื้อทรงโปโล แขนสั้น สีน้ำเงิน ตามแบบโรงเรียนกำหนด อกเสื้อด้าน ขวาเหนือราวนมเล็กน้อย ปักชื่อ – สกุล ขนาดตัวอักษรตามแบบมาตรฐาน สูง 0.5 ซ.ม. ด้วยไหมสีขาว และปักเครื่องหมายแสดงระดับชั้นเหนือ ชื่อ – สกุลระหว่างกลาง
2.9 ชุดเครื่องแบบกิจกรรม

     – เครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร(รด.) ตามแบบกระทรวงกลาโหมกำหนด
     – เครื่องแบบลูกเสือ ( ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ) ตามแบบกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
     – เครื่องแบบยุวกาชาด ตามแบบกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
     – เครื่องแบบผู้บำเพ็ญประโยชน์ ตามแบบกระทรวงศึกษาธิการกำหนด

   ให้ผู้บริหารโรงเรียน หรือผู้ที่รับมอบอำนาจจากผู้บริหารโรงเรียนรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

     ประกาศ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563


                                                                            ( นายสรรพสิริ  เชาว์ชัยพัฒน์ )
                                                                     ผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยราชพิทยาคม